แผนกที่ยังทำงานบน Excel
ไม่จำเป็นต้องรอเปลี่ยน ERP ทั้งบริษัท
เราช่วยองค์กรที่มีระบบ ERP หลักอยู่แล้ว เสริมเฉพาะจุดที่ระบบใหญ่ “ทำได้ แต่ไม่คุ้มทำ” — เริ่มจากแผนกเดียว งบระดับที่อนุมัติได้ในฝ่าย เห็นระบบจริงใน 6–12 สัปดาห์ โดยไม่แตะระบบหลักเดิม
วางระบบบนแพลตฟอร์ม open source มาตรฐานสากล โดยทีมที่ทำงานมาทั้งฝั่ง SAP และ Odoo
ระบบหลักคุณไม่ได้มีปัญหา — ปัญหาอยู่รอบ ๆ มัน
ERP หลักขององค์กรคุณทำงานหลักได้ดี บัญชี การเงิน การผลิต ไม่มีใครอยากแตะ และไม่ควรแตะ
แต่รอบ ๆ ระบบหลักนั้น ทุกองค์กรมี “พื้นที่สีเทา” ที่คนหน้างานรู้ดีที่สุด:
แผนกที่ยังรันด้วย Excel + ไฟล์แชร์ + LINE เพราะขอ customize ระบบใหญ่ทีไร ใบเสนอราคาทำให้เงียบกันทั้งห้อง
ใบขอซื้อ ใบอนุมัติ ที่ยังวิ่งกระดาษหรืออีเมลไล่เซ็น
งานซ่อมบำรุงเครื่องจักรและสโตร์อะไหล่ ที่จดในสมุดหรือสเปรดชีตส่วนตัวของใครสักคน
บริษัทลูกหรือหน่วยธุรกิจใหม่ ที่เล็กเกินกว่าจะจ่าย license ระบบใหญ่เพิ่มต่อหัว
รายงานที่ต้องมีคนนั่ง export แล้ว vlookup ทุกสิ้นเดือน
ทางเลือกที่องค์กรส่วนใหญ่มองเห็นมีแค่สอง: ทนใช้ต่อไป หรือ เปลี่ยน ERP ทั้งบริษัท — ซึ่งอย่างหลังคือโปรเจกต์หลายสิบล้าน กระทบทุกฝ่าย ใช้เวลาเป็นปี และไม่มีใครอยากเป็นเจ้าภาพความเสี่ยงนั้น
เริ่มเล็ก พิสูจน์ แล้วค่อยขยาย
เราวางระบบเสริมด้วย Odoo — ERP แบบ open source ที่เลือกใช้เป็นราย “โมดูล” ได้ (จัดซื้อ, ซ่อมบำรุง, คลัง, ขาย, HR) โดยไม่ต้องยกทั้งระบบมา ทำงานเคียงข้างระบบหลักเดิม และเชื่อมข้อมูลเท่าที่จำเป็น
เลือกแผนก/กระบวนการเดียวที่เจ็บสุด วางระบบเฉพาะจุดนั้น งบระดับที่อนุมัติได้ในฝ่าย ไม่ต้องเข้าบอร์ด ไม่กระทบผู้ใช้ระบบหลัก
ทีมหน้างานใช้จริง วัดผลจริง: เวลาที่ประหยัดได้ เอกสารที่ไม่ต้องวิ่ง ข้อมูลที่เห็นแบบ real-time — ให้ระบบขายตัวมันเอง
องค์กรตัดสินใจเองว่าจะขยายไปจุดถัดไป หรือพอแค่นี้ ทุกก้าวเป็นการตัดสินใจบนหลักฐาน ไม่ใช่บนศรัทธา
องค์กรมักเริ่มจากจุดพวกนี้
ใบขอซื้อและสายอนุมัติ (PR/PO Approval)
เลิกไล่เซ็นกระดาษ อนุมัติผ่านมือถือ เห็นสถานะทุกใบ ส่งข้อมูลเข้าระบบบัญชีหลักได้
ซ่อมบำรุงเครื่องจักร (Maintenance)
แผน PM, แจ้งซ่อม, ประวัติเครื่อง, อะไหล่ที่ใช้ — จบในระบบเดียวแทนสมุดกับ Excel
สโตร์อะไหล่และวัสดุสิ้นเปลือง
สต๊อก min/max, เบิก-จ่าย-ตัดยอดอัตโนมัติ, รู้ต้นทุนต่อแผนกจริง
หน่วยธุรกิจรอง / บริษัทลูก / งานเทรดดิ้ง
รันครบวงจรโดยไม่ต้องซื้อ license ระบบใหญ่เพิ่ม แล้วส่งงบเข้าบริษัทแม่
HR และการลงเวลา
ลางาน กะ OT ประเมินผล — ส่วนที่ระบบใหญ่มักไม่ครอบหรือแพงเกินเหตุ
Portal ซัพพลายเออร์/ลูกค้า
ให้คู่ค้าเช็กสถานะ PO วางบิล ดูใบแจ้งหนี้เอง ลดงานแอดมินรับโทรศัพท์
แต่ละจุด: วางระบบ 6–12 สัปดาห์ | กระทบแผนกเดียว | ระบบหลักเดิมไม่ต้องแตะ
3 คำถามที่องค์กรใหญ่ถามเราเสมอ
“บริษัท implement เล็กแบบนี้ ไว้ใจได้เหรอ?”
คำถามที่ถูกต้องครับ คำตอบของเราคือการออกแบบให้ความเสี่ยงต่ำตั้งแต่โครงสร้าง: เริ่มจาก scope เล็กที่ต่อให้ผิดพลาดก็ไม่กระทบธุรกิจหลัก ส่งมอบเป็นงวดตามผลงานจริง และทุกเฟสมีเอกสารระบบกับคู่มือครบ — คุณจ่ายตามของที่เห็น ไม่ใช่ตามคำสัญญา
“ถ้าทีมคุณหายไป ใครดูแลต่อ?”
นี่คือจุดที่ open source ต่างจากระบบปิดโดยธรรมชาติ: ซอร์สโค้ด ฐานข้อมูล และระบบทั้งหมดเป็นทรัพย์สินขององค์กรคุณ 100% มีชุมชนผู้พัฒนาและบริษัทที่รับช่วงต่อได้ทั้งในไทยและทั่วโลก เราเสริมด้วยเอกสารส่งมอบมาตรฐาน สัญญา SLA และเงื่อนไข source code handover ที่ชัดเจนตั้งแต่วันแรก — เทียบกันแล้ว ระบบ proprietary ที่ผูกกับ vendor รายเดียวต่างหากที่มีความเสี่ยง lock-in จริง
“แล้วมันจะไปกันได้กับระบบใหญ่ที่ใช้อยู่ไหม?”
ได้ และต้องออกแบบให้ถูก — นี่คือจุดแข็งเฉพาะของเรา: ทีมเรามีประสบการณ์ยาวนานในโลก SAP และ ERP องค์กรใหญ่ เราจึงรู้ว่าเส้นแบ่งควรอยู่ตรงไหน งานไหนควรอยู่บนระบบหลักต่อไป งานไหนเสริมแล้วคุ้มกว่า รวมถึงข้อควรระวังด้าน licensing เวลาระบบภายนอกเชื่อมกับ ERP ใหญ่ ซึ่งเป็นเรื่องที่ควรวางแผนก่อนเชื่อม ไม่ใช่มารู้ทีหลัง
3 ขั้น ความเสี่ยงต่ำ
นัดสำรวจฟรี (ครึ่งวัน)
เราเข้าไปฟังหน้างานจริง 1 แผนกที่คุณเลือก ว่ากระบวนการติดตรงไหน
รับข้อเสนอ scope เล็ก
เอกสารสรุป: ปัญหา ระบบที่เสนอ ระยะเวลา งบประมาณ และตัวชี้วัดผลสำเร็จ — เอาไปตัดสินใจภายในได้เลย ไม่ผูกมัด
เริ่มเฟส 1
เห็นระบบจริงใน 6–12 สัปดาห์ จ่ายตามงวดส่งมอบ
นัดสำรวจจุดเริ่มฟรี
บอกเราสั้น ๆ ว่าองค์กรคุณกำลังติดตรงไหน แล้วเราจะติดต่อกลับเพื่อนัดเข้าไปสำรวจหน้างาน 1 แผนก — ไม่มีข้อผูกมัด
“การเปลี่ยน ERP ทั้งบริษัทคือการตัดสินใจของบอร์ด — แต่การทำให้แผนกเดียวเลิกทรมานกับ Excel คือการตัดสินใจของคุณ และเริ่มได้เดือนนี้”